|


หัวข้อ: วิชาการ
รวบรวมโดย กัญญา วีรยวรรธน
การใช้คำถามเป็นเทคนิคสำคัญในการเสาะแสวงหาความรู้ที่มีประสิทธิภาพ
เป็นกลวิธีการสอนที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะการคิด การตีความ
การไตร่ตรอง การถ่ายทอดความคิด
สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
การถามเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
ช่วยให้ผู้เรียนสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาความคิดใหม่ ๆ
กระบวนการถามจะช่วยขยายทักษะการคิด ทำความเข้าใจให้กระจ่าง
ได้ข้อมูลป้อนกลับทั้งด้านการเรียนการสอน ก่อให้เกิดการทบทวน
การเชื่อมโยงระหว่างความคิดต่าง ๆ
ส่งเสริมความอยากรู้อยากเห็นและเกิดความท้าทาย
ระดับของการตั้งคำถาม
การตั้งคำถามมี 2 ระดับ คือ คำถามระดับพื้นฐาน และคำถามระดับสูง
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1) คำถามระดับพื้นฐาน เป็นการถามความรู้
ความจำ เป็นคำถามที่ใช้ความคิดทั่วไป หรือความคิดระดับต่ำ
ใช้พื้นฐานความรู้เดิมหรือสิ่งที่ประจักษ์ในการตอบ
เนื่องจากเป็นคำถามที่ฝึกให้เกิดความคล่องตัวในการตอบ
คำถามในระดับนี้เป็นการประเมินความพร้อมของผู้เรียนก่อนเรียน
วินิจฉัยจุดอ่อน จุดแข็ง และสรุปเนื้อหาที่เรียนไปแล้ว
คำถามระดับพื้นฐานได้แก่
1.1) คำถามให้สังเกต
เป็นคำถามที่ให้ผู้เรียนคิดตอบจากการสังเกต
เป็นคำถามที่ต้องการให้ผู้เรียนใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการสืบค้นหาคำตอบ
คือ ใช้ตาดู มือสัมผัส จมูกดมกลิ่น ลิ้นชิมรส และหูฟังเสียง
ตัวอย่างคำถามเช่น
æ เมื่อนักเรียนฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอย่างไร
æ ภาพนี้มีลักษณะอย่างไร
æ สารเคมีใน 2 บีกเกอร์ ต่างกันอย่างไร
æ พื้นผิวของวัตถุเป็นอย่างไร
1.2) คำถามทบทวนความจำ
เป็นคำถามที่ใช้ทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียน
เพื่อใช้เชื่อมโยงไปสู่ความรู้ใหม่ก่อนเริ่มบทเรียน ตัวอย่างคำถามเช่น
æ วันวิสาขบูชาตรงกับวันใด
æ ดาวเคราะห์ดวงใดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
æ ใครเป็นผู้แต่งเรื่องอิเหนา
æ เมื่อเกิดอาการแพ้ยาควรโทรศัพท์ไปที่เบอร์ใด
1.3) คำถามที่ให้บอกความหมายหรือคำจำกัดความ
เป็นการถามความเข้าใจ โดยการให้บอกความหมายของข้อมูลต่าง ๆ
ตัวอย่างคำถามเช่น
æ คำว่าสิทธิมนุษยชนหมายความว่าอย่างไร
æ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร
æ สถิติ (Statistics) หมายความว่าอย่างไร
æ บอกความหมายของ Passive Voice
1.4) คำถามบ่งชี้หรือระบุ
เป็นคำถามที่ให้ผู้เรียนบ่งชี้หรือระบุคำตอบจากคำถามให้ถูกต้อง
ตัวอย่างคำถามเช่น
æ ประโยคที่ปรากฏบนกระดานประโยคใดบ้างที่เป็น
Past Simple Tense
æ คำใดต่อไปนี้เป็นคำควบกล้ำไม่แท้
æ ระบุชื่อสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
æ ประเทศใดบ้างที่เป็นสมาชิก APEC
2) คำถามระดับสูง เป็นการถามให้คิดค้น
หมายถึง คำตอบที่ผู้เรียนตอบต้องใช้ความคิดซับซ้อน
เป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และกระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถใช้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาในการคิดหาคำตอบ
โดยอาจใช้ความรู้หรือประสบการณ์เดิมมาเป็นพื้นฐานในการคิดและตอบคำถาม
ตัวอย่างคำถามระดับสูงได้แก่
2.1) คำถามให้อธิบาย
เป็นการถามโดยให้ผู้เรียนตีความหมาย ขยายความ
โดยการให้อธิบายแนวคิดของข้อมูลต่าง ๆ ตัวอย่างคำถามเช่น
æ เพราะเหตุใดใบไม้จึงมีสีเขียว
æ นักเรียนควรมีบทบาทหน้าที่ในโรงเรียนอย่างไร
æ ชาวพุทธที่ดีควรปฏิบัติตนอย่างไร
æ
นักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะทำให้ร่างกายแข็งแรง
2.2) คำถามให้เปรียบเทียบ
เป็นการตั้งคำถามให้ผู้เรียนสามารถจำแนกความเหมือน
ความแตกต่างของข้อมูลได้ ตัวอย่างคำถามเช่น
æ
พืชใบเลี้ยงคู่ต่างจากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวอย่างไร
æ จงเปรียบเทียบวิถีชีวิตของคนไทยในภูมิภาคต่าง
ๆ ของประเทศไทย
æ DNA กับ RNA แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
æ
สังคมเมืองกับสังคมชนบทเหมือนและต่างกันอย่างไร
2.3) คำถามให้วิเคราะห์
เป็นคำถามให้ผู้เรียนวิเคราะห์ แยกแยะปัญหา จัดหมวดหมู่ วิจารณ์แนวคิด
หรือบอกความสัมพันธ์และเหตุผล ตัวอย่างคำถามเช่น
æ อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
æ วัฒนธรรมแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
æ สาเหตุใดที่ทำให้นางวันทองถูกประหารชีวิต
æ การติดยาเสพติดของเยาวชนเกิดจากสาเหตุใด
2.4) คำถามให้ยกตัวอย่าง
เป็นการถามให้ผู้เรียนใช้ความสามารถในการคิด นำมายกตัวอย่าง
ตัวอย่างคำถามเช่น
æ ร่างกายขับของเสียออกจากส่วนใดบ้าง
æ ยกตัวอย่างการเคลื่อนที่แบบโปรเจกไตล์
æ หินอัคนีสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง
æ
อาหารคาวหวานในพระราชนิพนธ์กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้แก่อะไรบ้าง
2.5) คำถามให้สรุป
เป็นการใช้คำถามเมื่อจบบทเรียน
เพื่อให้ทราบว่าผู้เรียนได้รับความรู้หรือมีความก้าวหน้าในการเรียนมากน้อยเพียงใด
และเป็นการช่วยเน้นย้ำความรู้ที่ได้เรียนไปแล้ว
ทำให้สามารถจดจำเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างคำถามเช่น
æ
จงสรุปเหตุผลที่ทำให้พระเจ้าตากสินทรงย้ายเมืองหลวง
æ
เมื่อนักเรียนอ่านบทความเรื่องนี้แล้วนักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้าง
æ
จงสรุปแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำเพื่อให้เกิดคุณค่าสูงสุด
æ จงสรุปขั้นตอนการทำผ้าบาติค
2.6) คำถามเพื่อให้ประเมินและเลือกทางเลือก
เป็นการใช้คำถามที่ให้ผู้เรียนเปรียบเทียบหรือใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่หลากหลาย
ตัวอย่างคำถามเช่น
æ การว่ายน้ำกับการวิ่งเหยาะ
อย่างไหนเป็นการออกกำลังกายที่ดีกว่ากัน เพราะ
เหตุใด
æ
ระหว่างน้ำอัดลมกับนมอย่างไหนมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่ากัน เพราะเหตุใด
æ ดินร่วน ดินทราย และดินเหนียว
ดินชนิดใดเหมาะแก่การปลูกมะม่วงมากกว่ากัน
เพราะเหตุใด
æ ไก่ทอดกับสลัดไก่
นักเรียนจะเลือกรับประทานอาหารชนิดใด เพราะเหตุใด
2.7) คำถามให้ประยุกต์
เป็นการถามให้ผู้เรียนใช้พื้นฐานความรู้เดิมที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่หรือในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างคำถามเช่น
æ นักเรียนมีวิธีการประหยัดพลังงานอย่างไรบ้าง
æ เมื่อนักเรียนเห็นเพื่อนในห้องขาแพลง
นักเรียนจะทำการปฐมพยาบาลอย่างไร
æ
นักเรียนนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
ประจำวันอย่างไรบ้าง
æ นักเรียนจะทำการส่งข้อความผ่านทางอีเมลล์ได้อย่างไร
2.8) คำถามให้สร้างหรือคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ
หรือผลิตผลใหม่ ๆ
เป็นลักษณะการถามให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
ที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่นหรือที่มีอยู่แล้ว ตัวอย่างคำถามเช่น
æ กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ไม่ใช้แล้ว
สามารถนำไปประดิษฐ์ของเล่นอะไรได้บ้าง
æ กล่องหรือลังไม้เก่า ๆ
สามารถดัดแปลงกลับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร
æ เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว
นักเรียนจะนำไปดัดแปลงเป็นสิ่งใดเพื่อให้เกิดประโยชน์
æ
นักเรียนจะนำกระดาษที่ใช้เพียงหน้าเดียวมาประดิษฐ์เป็นสิ่งใดบ้าง
การตั้งคำถามระดับสูงจะทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดระดับสูง
และเป็นคนมีเหตุผล ผู้เรียนไม่เพียงแต่จดจำความรู้
ข้อเท็จจริงได้อย่างเดียวแต่สามารถนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา วิเคราะห์
และประเมินสิ่งที่ถามได้
นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจสาระสำคัญของเรื่องราวที่เรียนได้อย่างถูกต้อง
และกระตุ้นให้ผู้เรียนค้นหาข้อมูลมาตอบคำถามด้วยตนเอง
การตอบคำถามระดับสูง
ผู้สอนต้องให้เวลาผู้เรียนในการคิดหาคำตอบเป็นเวลามากกว่าการตอบคำถามระดับพื้นฐาน
เพราะผู้เรียนต้องใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งและมีวิจารณญาณในการตอบคำถาม
ความผิดพลาดอย่างหนึ่งของการตั้งคำถามคือ
การถามแล้วต้องการคำตอบในทันทีโดยไม่ให้เวลาผู้เรียนในการคิดหาคำตอบ
back
HOME |