การเพาะเห็ดฟางจากใบกล้วย

.
     ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ       
               ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยมงคล
               สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต ๒ อำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 
               โทรศัพท์

หมายเลข ๐-๓๒๕๗-๖๐๘๑

               อีเมล์ติดต่อ

b.h.m.school@hotmail.com

               ชื่อผู้อำนวยการ นายวิโรจน์  กล่ำกล่อมจิตต์
                    - จำนวนนักเรียนทั้งโรงเรียน 

๓๕๙ คน

                    - จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ 

๓๕๙ คน

                    - จำนวนนักเรียนที่มีน้ำหนักไม่ได้มาตรฐาน 

   ๕๗ คน            คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๘๘

                    - จำนวนนักเรียนที่มีส่วนสูงไม่ได้มาตรฐาน  

     ๐  คน            คิดเป็นร้อยละ    ๐.๐๐

                    - จำนวนนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการ  

   ๒๗ คน            คิดเป็นร้อยละ ๗.๕๒

               พี่เลี้ยงโครงการฯ

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีี

.
      องค์ความรู้       
ที่มาและแนวคิดของกิจกรรมเพาะเห็ดฟางจากใบกล้วย
  ตามหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี(งานเกษตร)  พ. ศ๒๕๔๔  เป็นสาระการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้  ความเข้าใจเกี่ยวกับงานอาชีพ  มีทักษะในการทำงานอย่างถูกต้อง  และเหมาะสม  สามารถทำงานเป็นหมู่คณะ  มีนิสัยรักการทำงาน  เห็นคุณค่า  มีเจตคติที่ดีต่องาน  ตลอดจนมีคุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมที่เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต  อันจะนำไปสู่ให้ผู้เรียนสามารถช่วยเหลือตนเองและพึ่งตนเองได้   พร้อมกับในการจัดการเรียนการสอนโดยกระทรวงศึกษาธิการประกาศให้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  ๒๕๔๔  เปิดโอกาสให้สถานศึกษา  ชุมชน  และท้องถิ่นเป็นผู้มีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเอง  โดยใช้หลักสูตรแกนกลางที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินงานมีสัดส่วนร้อยละ ๗๐ % และอีก ๓๐ % เปิดโอกาสให้สถานศึกษาเป็นผู้จัดทำในส่วนที่เกี่ยวข้อง   กับสภาพปัญหาในชุมชน  สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น  เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว  ชุมชน  สังคมและประเทศชาติ ประกอบกับการจัดการเรียนรู้โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ทำให้ได้แนวคิดในเรื่องการใช้วัสดุเหลือทิ้งจากธรรมชาติในการทำการเกษตรของชุมชนมาทำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด  และยังช่วยลดมลพิษ  พร้อมกันนั้นยังช่วยลดภาวะโลกร้อน
ความเหมาะสมกับพื้นที่
  เนื่องจากชุมชนรอบๆบริเวณโรงเรียนบ้านห้วยมงคล ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  มีการปลูกกล้วยน้ำว้ากันอย่างมาก  ส่วนที่เหลือทิ้งจากการปลูกกล้วยก็คือใบกล้วย  และต้นกล้วย  ซึ่งไม่ได้นำมาทำให้เกิดประโยชน์ใดๆ  ปล่อยทิ้งไว้ในสวนมาก   จึงได้นำมาทดลองเพาะเห็ดฟางขึ้น  โดยได้ทดลองเพาะเปรียบเทียบกับฟางข้าว  และตอซังข้าว  ผลปรากฏว่าผลผลิตของดอกเห็ดที่ได้จากใบกล้วย   กับผลผลิตดอกเห็ดที่ได้จากตอซังข้าวมีปริมาณใกล้เคียงกัน  ส่วนฟางข้าวนั้นให้ผลผลิตน้อยกว่าใบกล้วย
การนำไปสู่อาหารกลางวัน
  ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงได้ดำเนินงานจัดกิจกรรม  เพาะเห็ดฟางจากใบกล้วยเกิดขึ้น  โดยจัดเป็นหลักสูตรท้องถิ่น  ใช้สอนในระดับช่วงชั้นที่ ๒  (ป.๕-ป๖)  และจากกิจกรรมดังกล่าวทำให้ได้ผลผลิตเห็ดฟางจากใบกล้วย  และนำไปสู่โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนส่วนหนึ่ง  และอีกส่วนหนึ่งก็นำไปจำหน่ายให้กับชุมชนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด  เป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้กับนักเรียน
.
      ขั้นตอนการเพาะเห็ดฟาง    
วัสดุและอุปกรณ์
     1. หัวเชื้อเห็ดฟาง ลักษณะหัวเชื้อเห็ดฟางที่ดีคือ
 

- เชื้อต้องไม่แก่ (ดอกเห็ดเกิดในถุง)หรืออ่อนเกินไป (เชื้อเพิ่งเติม)

 

- ไม่มีการปนเปื้อนของเชื้อราอื่น

 

- เมื่อดมมีกลิ่นหอม

 

- ปุ๋ยหมักต้องไม่เปียกหรือแห้งเกินไป

     2. วัสดุที่ใช้เพาะ (ใบกล้วย) ต้องใหม่และไม่เคยเปียกน้ำหรือมีราขึ้นอับชื้น

     3. แบบเพาะทำด้วยไม้เนื้อแข็งรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ขนาดสูง 30 ซม. ด้านล่าง 30  ซม. ด้านบนกว้าง   25  ซม. ยาว 100  ซม.
     4. ผ้าพลาสติกอย่างบางใช้คลุมกองเพาะหน้ากว้างประมาณ 1.20 เมตร  ยาวไม่จำกัด ปิดทับแปลงเพาะให้มิดชิดด้วยวัสดุ เช่น ใบกล้วยแห้ง
     5. อาหารเสริม  ได้แก่ ผักตบชวา  ขี้ฝ้าย ไส้นุ่นเปลือกถั่วต่างๆ หรืออาหารเสริมที่มีขายอยู่ทั่วๆไป
     6. พื้นที่ที่ใช้เพาะ  โดยถากหญ้าออก พรวนดิน ปรับเป็นกองหลังเต่าตากแดดก่อนเพาะ 2 – 3 วัน
          
วิธีการเพาะเห็ดฟาง
   
     
1. เตรียมพื้นที่ให้พร้อม (พื้นดินที่ตากแดดไว้) รวบรวมใบตองกล้วยจากสวนของชาวบ้าน
     
     
2. นำใบกล้วยและอาหารเสริมประเภทย่อยง่าย มาแช่ในน้ำให้อ่อนตัวเป็นเวลา ๑ คืน แล้วนำไปกองไว้ข้าง ๆ แปลงที่จะเพาะ  
     
     

3. นำใบตองกล้วยใส่แบบไม้ที่จัดทำไว้  เหยียบให้แน่นให้ได้ความหนา ๑๐ ซ.ม.แล้วโรยเชื้อเห็ดฟา รอบๆขอบแปลง
        และทำชั้นที่ ๒-๔ เหมือนชั้นแรก ส่วนชั้นที่ ๕ ให้โรยเชื้อเห็ดฟางให้เต็มผิวหน้า  แล้วยกแบบออก

     
     

4. คลุมแปลงเพาะด้วยผ้าพลาสติคใส ทับขอบด้วยดินและปิดกองด้วยวัสดุให้มิดอย่าให้โดนแสงโดยตรง  ปิดไว้ ๓ วัน       
      ในวันที่ ๔ ทำร่องน้ำรอบ ๆ ขอบแปลงพร้อมกับใส่ไม้โก่ง เพื่อไม่ให้หลังกองแฉะ  (เห็ดฟางจะได้ออกที่หลังกองด้วย)  จากนั้นให้ใส่น้ำในร่องน้ำทุก ๆ วันเพื่อรักษาความชื่นในแปลงเพาะ

     
     

5. วันที่ ๑๒ เป็นต้นไปเริ่มเห็นดอกเห็ด  และเก็บผลผลิตดอกเห็ดได้หลังจากนั้นอีกประมาณ ๓  วัน

     
การดูแลรักษา
     1. ในระยะ 3 วันแรกไม่ต้องดูแลมากเส้นใยจะเจริญและอุณหภูมิในกองจะสูงขึ้น ให้ระบายความร้อนโดยเผยอผ้าพลาสติกตรงกลางออก 2 นิ้ว

     2. ในช่วงวันที่ 4 – 7  ให้ใส่ไม้โก่งพร้อมทำร่องน้ำรอบๆ แปลง  เส้นใยจะรวมตัวกันเป็นตุ่มเล็ก ๆ เพื่อพัฒนาเป็นดอกเห็ด

     3. ในช่วงวันที่ 7 – 12 เป็นการเจริญของดอกเห็ด ต้องการอากาศมากขึ้น ให้เผยอพลาสติกบ้างถ้าอากาศร้อนจัด
     4. ในระหว่างการเพาะ  ถ้ากองเห็ดแห้งให้ใส่น้ำรอบแปลงที่จัดทำร่องน้ำเอาไว้ หรือรดน้ำบนแปลงเพาะ  ห้ามรดน้ำช่วงกลางวัน
     5. ในฤดูหนาวต้องระวังอย่าให้อุณหภูมิต่ำ
     6. ในฤดูร้อนต้องหมั่นระบายอากาศและคอยรดน้ำรอบๆ กองเพาะไม่ให้ความชื้นต่ำ ฤดูฝนทำการระบายน้ำอย่างให้มีน้ำขัง
     7. หลังจากเพาะเห็ดฟางประมาณ 12 วัน จึงจะเก็บดอกเห็ดได้
     8. การเก็บผลผลิต ควรเก็บช่วงเช้ามืดจะได้จะได้เห็ดดอกตูม น้ำหนักดี และเก็บอีกครั้งในช่วงเย็น
     9. วิธีเก็บให้เอามือหนึ่งกดกองเห็ดไว้ อีกมือหนึ่งจับดอกตูมของเห็ด และบิดดอกเห็ดโดยโยกซ้ายขวา เด็ดเบา ๆ ถ้าดอกเห็ดขึ้นเป็นกอ          ให้เก็บทั้งกอไม่ควรปล่อยไว้ และต้องขูดดิน และสิ่งสกปรกต่าง ๆที่ติดมากับดอกเห็ดทิ้ง
 

 

      ผลจาการเพาะเห็ดฟาง  
ด้านการศึกษา
     - เป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่นในการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

     - เป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องการเพาะเห็ดฟางจากใบกล้วยให้กับชุมชนและโรงเรียนต่าง ๆ จำนวน ๑๗ โรงเรียนที่มาศึกษาดูงาน โดยโรงเรียน        เพาะมาแล้วทั้งสิ้นประมาณ ๒๐๐ กอง

    - เป็นแนวทางให้กับผู้เรียนได้นำไปพัฒนาเป็นอาชีพได้ในอนาคต ในการเพาะแต่ละรุ่นจะมีรายได้ทั้งสิ้นประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยใช้เวลา       เพียง ๒๐ วัน ซึ่งนักเรียนจะเห็นแนวทางในการทำเป็นอาชีพเสริมได้
          
ด้านสังคม
     - เป็นการฝึกทักษะนักเรียนในการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้มีนิสัยรักการทำงาน  สามารถทำงานเป็นหมู่คณะ  เห็นคุณค่าของการทำงาน           และมีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ

     - ผู้เรียนเกิดค่านิยมที่เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต  อันจะนำไปสู่การทำให้ผู้เรียนสามารถช่วยเหลือตนเองและพึ่งตนเองได้

          
ด้านสาธารณสุข
     - เป็นการช่วยลดภาระโลกร้อน  เนื่องจากการเผาเศษวัสดุที่เหลือจากการปลูกกล้วย(ใบตองกล้วย)

     - ช่วยลดปริมาณขยะที่จากเศษใบตองกล้วย   ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้้

          
ด้านเศรษฐกิจ
     - การนำใบตองกล้วยซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้ง  เมื่อนำมาเพาะเห็ดฟางช่วยลดต้นทุนในการผลิตเห็ดฟาง  ช่วยให้ได้ผลกำไรมาก 

     - เป็นการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการประกอบอาชีพ และดำเนินชีวิตตามคำสอนของพ่อหลวง

    - เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน โดยนักเรียนจะมีรายได้เฉลี่ยคนละ ๓๐๐ บาท ต่อการเพาะ ๑ รุ่น ซึ่งจะเพาะทั้งหมด ๓๐       กอง แต่ละกองได้ผลผลิตประมาณ ๓-๔ กิโลกรัม
          
ด้านพลังงาน
     - การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย เป็นการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างคุ้มค่า ซึ่งพลังงานนี้เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด        ซึ่งไม่เหมือนกับการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนที่ต้องใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงหรือจากไม้ฟืน ซึ่งเป็นการทำลายธรรมชาติ        และเพิ่มปัญหาให้กับโลกของเรา

 

 

Home
Best mode 1024x768 pixels / ©2010 นำเสนอข้อมูลและพัฒนาระบบโดย นางสุภาภรณ์  ปฐมพรชัยศิริ ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 
ผู้ดูแลเว็บไซต์โครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน http://www.nsdv.go.th/foodbank/ 
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคเหนือ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 
โทรศัพท์ 081-724-7692 โทรสาร 053-22-4677
Update: 26 มีนาคม 2554

 

 

 

:

 

 

 

 

 

 

 

.

. . .